คู่แข่งทางตรง และทางอ้อมในธุรกิจ คืออะไร ไปดู

โพสโดย : admin | 29 ก.ค. 2560 | 4.3k

    

     เพราะชีวิตคือการแข่งขัน ถ้าไม่แข่งคุณก็แพ้! ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันจะต้องมีคู่แข่ง ในวงการธุรกิจก็เช่นเดียวกัน สินค้าและบริการแต่ละชนิดจะมีคู่แข่งจำนวนแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และปัจจัยหลายๆอย่าง ซึ่งการที่คุณจะแข่งขันกับคู่แข่งได้นั้น ต้องมีการวางแผนและวางกลยุทธ์ให้ดี เพื่อให้สินค้าและบริการของคุณสามารถแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากสินค้าคู่แข่งมาครองได้

     กลยุทธ์ที่ส่งผลให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ อีกหนึ่งกลยุทธ์ก็คือ การสำรวจคู่แข่ง หรือ การศึกษาข้อมูลของคู่แข่งในตลาดสินค้าของคุณ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ขายแบบออฟไลน์ หรือออนไลน์ก็ตาม เจ้าของกิจการต้องมีการศึกษาสินค้าและบริการรวมถึงการตลาดของสินค้าคู่แข่ง เพื่อหาจุดอ่อนของคู่แข่งให้เจอ เพื่อที่จะนำเสนอสินค้าของตนเองเข้าไปทดแทนในจุดที่ได้เปรียบสินค้าคู่แข่ง

     โดยทางการตลาดแล้ว คู่แข่งในที่นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

1.คู่แข่งหลัก (คู่แข่งทางตรง) คือ กิจการที่ขายสินค้าหรือบริการแบบเดียวกับเราและมีลูกค้ากลุ่มเดียวกันกับเรา

2.คู่แข่งรอง (คู่แข่งทางอ้อม) คือ กิจการที่ขายสินค้าหรือบริการต่างชนิดกับเรา แต่มีลูกค้ากลุ่มเดียวกันกับเรา ซึ่งอาจเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าของเรา และอาจทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าดังกล่าวแทนที่ลูกค้าจะซื้อสินค้าของเรา

 

     เมื่อรู้จักประเภทของคู่แข่งแล้ว ต่อมาเราจะจัดอันดับของคู่แข่งในตลาดว่ากิจการใดเป็นกิจการที่เป็นคู่แข่งทางตรง และกิจการใดเป็นกิจการที่เป็นคู่แข่งทางอ้อม โดยใช้สินค้าและบริการของเราเป็นที่ตั้ง และวัดผลจากหัวข้อต่อไปนี้

 

1.คุณภาพ

     คุณภาพสินค้าของคู่แข่งอยู่ในระดับเดียวกับเราหรือไม่ หรือสูง ต่ำ กว่าเรา  เมื่อเรารู้ว่าสินค้าแบริการของคู่แข่งมีคุณภาพอยู่ในระดับใด จะทำให้เราสามารถวางแผนต่อไปได้ว่า เราจะนำเอาคุณภาพของสินค้าของเรามาเป็นจุดขาย หรือ ลดระดับของตัวเองลงเมื่อรู้ตัวว่าคุณภาพของสินค้าและบริการสู้คู่แข่งไม่ได้

 

2.ราคา

     ราคาของสินค้าเป็นตัวบ่งชี้ว่ากลุ่มเป้าหมายของสินค้าและบริการอยู่ในระดับใด เช่นสินค้าและบริการที่มีราคาถูกก็อาจจะเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายทั่วๆไปที่มีกำลังซื้อไม่มากนัก หากสินค้าและบริการมีราคาที่สูงก็อาจจะเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อและมีรสนิยมสูง เป็นต้น

 

3.ขอบเขตในการโฆษณา

     หมายถึงการเลือกใช้สื่อต่างๆในการโฆษณา และขอบเขตที่ผู้บริโภคจะได้เห็นโฆษณาของคู่แข่งและของคุณ เช่น สื่อ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือพื้นที่ในการติดตั้งสื่อ เช่น สถานีรถไฟฟ้า BTS หรือตามหมู่บ้าน เป็นต้น

 

4.ส่วนแบ่งทางการตลาด

     หมายถึงอัตราส่วนของยอดขายสินค้าของธุรกิจเมื่อเทียบกับยอดขายทั้งหมดของในอุตสาหกรรม ภายในระยะเวลาหนึ่ง การทราบส่วนแบ่งทางการตลาดของคู่แข่งและของตนเองจะทำให้เรารู้ความสามารถของเราในการทำการตลาดแข่งกับคู่แข่ง นั่นเอง

 

5.กำไรของกิจการคู่แข่ง

     คล้ายๆส่วนแบ่งทางการตลาด แต่ผลกำไรของคู่แข่งจะทำให้เรารู้ว่า กลยุทธ์ที่คู่แข่งใช้ทำให้คู่แข่งประสบความสำเร็จในตลาดมากน้อยแค่ไหน และเราควรใช้กลยุทธ์เดียวกันกับคู่แข่งหรือไม่นั่นเอง

 

6.ปัจจัยภายนอกต่างๆที่ส่งผลต่อการขายสินค้าของคู่แข่ง

     ปัจจัยภายนอกหมายถึงปัจจัยต่างๆที่ไม่ได้เกิดจากตัวสินค้าหรือบริการเอง เช่น สภาพอากาศ อุณหภูมิ การเมือง สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประเพณีเป็นต้น

    

       หลังจากวิเคราะห์คู่แข่งตามหลักการดังกล่าวแล้ว จะทำให้เรารู้ว่าใครคือคู่แข่งหลัก(คู่แข่งทางตรง)และคู่แข่งรอง(คู่แข่งทางอ้อม)ของเรา เพื่อที่จะได้ศึกษาคู่แข่งและเลือกใช้กลยุทธ์ทางการตลาดให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ